Tuesday, 11 June 2024

เกร็ดความรู้ ปิรันยา สัตว์ร้ายแห่ง Amazon

29 Mar 2023
323

ปิรันยา

ปิรันยา สัตว์ร้ายแห่งป่าแอมะซอนที่มีชื่อเสียงเลื่องลือมานานถึงความดุร้าย ฟันที่แหลมคม จู่โจมเป็นฝูง ไม่ว่าเหยื่อจะเป็นคนหรือสัตว์ชนิดไหน หากพลาดไปเจอฝูงของมันเข้า ร่างกายก็อาจเหลือแค่เพียงกระดูกอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นก็คือสิ่งที่เราทุกคนเข้าใจในตัวพวกมัน แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เราอาจยังไม่รู้และอาจเข้าใจผิดในตัวปิรันยามาตลอด ดังนั้นเรามาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง

ปลาปิรันยา

ลักษณะของปลา ปิรันยา

ปลาปิรันยานั้นกินเนื้อเป็นอาหาร มีฟันที่แหลมคมรูปสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ มีส่วนหัวขนาดใหญ่ มีกล้ามเนื้อแข็งแรงบริเวณกระพุ้งแก้ม ไว้ใช้ยามกัดกินเนื้อของสัตว์ที่ตกลงไปเป็นอาหาร เสียงน้ำที่กระเพื่อมจะดึงดูดปลาปิรันยาเข้ามาอย่างรวดเร็ว มันจะใช้ฟันที่แหลมคมกัดกินเนื้อของสัตว์ที่ใหญ่กว่าตัวมัน จนทะลุไปถึงกระดูกสันหลังได้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น และความดุร้ายของปลาปิรันยาจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละชนิด แต่เชื่อว่าแทบทุกชนิดนั้นตรวจจับกลิ่นเลือดในน้ำได้เหมือนกับปลาฉลาม

ทำไมปลาปิรันยาต้องอยู่เป็นฝูง

แม้ปลาปิรันยาจะเป็นสัตว์ที่ดุร้าย แต่มันก็ไม่อาจจะอยู่เพียงตัวเดียวได้ นั่นเพราะว่ามันเป็นสัตว์ขี้กลัวและมักเป็นเหยื่อของนักล่าหลายชนิดที่กินปิรันย่าเป็นอาหารได้เช่นกัน ได้แก่ ปลา Arapaima นากยักษ์ โลมาแม่น้ำแอมะซอน และนกกินปลาอีกหลายชนิด รวมถึงชาวบ้านแอมะซอนที่ล่าปิรันยาเป็นอาหาร การที่พวกมันอยู่รวมกันเป็นฝูงก็เพื่อที่จะป้องกันอันตรายต่างๆที่เข้ามาหาตัวมันได้นั่นเอง

ปลา ปิรันยา

สายพันธุ์ของปลาปิรันยาที่น่าสนใจ

สายพันธุ์ปลาปิรันยาที่อันตรายชนิดหนึ่งที่ทั่วโลกรู้จักกันดี ซึ่งเป็นชนิดที่ดุร้ายมาก ได้แก่ ปลาปิรันยาแดงหรือปิรันยาท้องแดง รูปร่างจะคล้ายกับปลาในวงศ์นี้โดยทั่วไป แต่กรามล่างยื่นยาวออกมาเห็นได้ชัด และในปากมีฟันแหลมคมมาก ส่วนหัวจะมีขนาดใหญ่และข้างกระพุ้งแก้มมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงหนาแน่น ใช้สำหรับออกแรงกรามยามกัดกินอาหาร ขนาดโตเต็มที่จะมีประมาณ 33 เซ็นติเมตร น้ำหนักราว 3.5 กิโลกรัม

อีกสายพันธุ์ที่น่าสนใจก็คือปลาปิรันยาดำ หรือปิรันยาข้าว หรือปิรันยาตาแดง มีลำตัวลักษณะยาวเรียวกว่าปิรันยาชนิดอื่น แต่ได้ชื่อว่าเป็นปลาปิรันยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยเมื่อโตเต็มที่นั้นจะยาวได้ถึง 45-55 เซนติเมตร อย่างไรก็ตามแม้จะตัวใหญ่ แต่ก็ดุร้ายน้อยกว่าปิรันย่าแดงมาก และมีนิสัยแปลกประหลาด เพราะมันชอบที่จะอยู่ลำพังตัวเดียวมากกว่า และมีนิสัยขี้อาย

ปิรันยาดำ

แต่ความน่ากลัวของปิรันยาดำนั้นอยู่ที่แรงกัดของกราม ที่เมื่อเทียบกันแล้วมีความแรงที่สุดในโลก พลังกัดของปิรันยาดำนั้นทำได้ถึง 320 นิวตัน ซึ่งสูงกว่าขนาดร่างกายถึง 30 เท่า และหากเทียบขนาดร่างกายกันแบบปอนด์ต่อปอนด์แล้ว มันจะมีพลังมากกว่าจระเข้อเมริกันถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

และเมื่อปี 2008 มีการพบฟอสซิลในเยอรมัน ที่น่าตื่นเต้นมากมันคือฟอสซิลของปิรันยาเมโซดอน ซึ่งเป็นปลากระดูกแข็งในอันดับต้นๆของโลกที่ได้สูญพันธุ์กันไปหมดเเล้ว ปลาชนิดนี้มีฟันที่คมกริบสามารถหั่นเนื้อของเหยื่อที่ตัวใหญ่กว่ามันออกเป็นชิ้นๆได้อย่างไม่ยาก ฟันของมันทั้งยาว แหลม และคมกริบ อยู่ขอบด้านนอกของกรามบนกับด้านหน้าของกรามล่าง นอกจากนี้ยังมีฟันที่เป็นรูปร่างสามเหลี่ยมคมกริบและมีรอยหยักอยู่ด้านข้างของกรามล่างด้วย

Martina Kölbl-Ebert นักบรรพชีวินแห่ง Jura-Museum Eichstätt บอกว่าการค้นพบนี้เหมือนกับการพบแกะที่มีฟันแหลมคมเหมือนหมาป่า ขณะเดียวกันการวิจัยพบว่าแม้ว่ารูปร่างลักษณะของมันจะมีความคล้ายคลึงกับปลาปิรันยาสายพันธุ์ปัจจุบัน แต่ความจริงแล้วปลาปิรันยาเมโซดอนไม่ได้เป็นบรรพบุรุษของปลาปิรันยา หรือมีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด เนื่องจากปลาปิรันยายุคปัจจุบันตัวแรกมีอายุอยู่เมื่อ 15 ล้านปีที่แล้ว แต่ปลาปิรันยาเมโซดอน ฟอสซิลของมันนั้นมีอายุกว่า 152 ล้านปีที่ผ่านมา การค้นพบนี้จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางด้านวิวัฒนาการที่เรียกว่าคอนเวอร์เจนซ์อีโวลูชั่นหรือการวิวัฒนาการแบบเข้าหากันอีกด้วย

ปลาปิรันย่า

เหยื่อของปลา ปิรันยา

หลายๆคนเข้าใจพฤติกรรมของปลาปิรันยาแบบผิดๆ คิดว่ามันจะกัดกินทุกสิ่งที่ขวางหน้าไม่สนใจทุกสิ่ง แต่จริงๆแล้วปลาปิรันยานั้นเลือกเหยื่อของมัน โดยส่วนใหญ่พวกมันจะเลือกเหยื่อที่อ่อนแอกว่า เจ็บป่วย หรือถ้าเป็นสัตว์ใหญ่ก็ต้องเป็นเหยื่อที่มีบาดแผล และถ้าจะกัดกินจนเหลือแต่กระดูกจะต้องมีจำนวนที่เยอะพอสมควร ดังนั้นถึงแม้มันจะอยู่รวมกันเป็นฝูงก็ตาม หากเราไม่มีบาดแผล ไม่มีกลิ่นเลือด เราก็สามารถลงน้ำไปนั่งอยู่ร่วมกับพวกมันได้โดยที่พวกมันไม่ทำอะไรเลย

ปลาปิรันยาในประเทศไทย

ปัจจุบันนี้ประเทศไทยกำหนดให้ปลาปิรันยาเป็นสัตว์น้ำที่ห้ามมีไว้ในครอบครอง หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง แต่บางประเทศนั้น เช่น ประเทศญี่ปุ่นจะอนุญาตให้เลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้ แต่ถึงประเทศไทยมีการห้ามนำปิรันยาเข้ามาเลี้ยงอยู่ แต่ก็ยังคงมีการลักลอบเลี้ยงและปล่อยลงแม่น้ำไปบ้างก็มี ทำให้ยังมีพวกมันปะปนอยู่ในแม่น้ำของไทย ซึ่งจำนวนของมันที่มีน้อยและมีปลาพื้นเมืองของไทยคอยควบคุมปริมาณประชากรของปิรันยาอยู่ จึงทำให้พวกมันไม่สามารถที่จะแพร่พันธุ์ได้มากเหมือนตอนที่อยู่ป่าแอมะซอน

ปิรันยา

สำหรับประเทศไทยนั้นยังมีปลาคู้หรือปลาเปคู ที่นิยมเรียกกันในเชิงการเกษตรว่าปลาจาระเม็ดน้ำจืด เชื่อว่ามีสายพันธุ์มาจากอเมริกาใต้ เป็นสายพันธุ์เดียวกันกับปลาปิรันยามีรูปร่างโดยรวมคล้ายกัน แต่ไม่ดุร้ายเท่า นิยมเลี้ยงกันเป็นปลาเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยปลาคู้นั้นจะมีรูปร่างที่ใหญ่โตกว่าปลาปิรันยามาก โดยอาจยาวได้ถึง 80-110 เซนติเมตร และอาจหนักได้เกือบ 40 กิโลกรัม และมีพฤติกรรมที่ต่างกันคือปลาคู้จะกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ขณะที่ปลาปิรันย่าจะกินแต่เนื้อเพียงอย่างเดียว แม้จะได้ชื่อว่าไม่เป็นปลาอันตรายต่อมนุษย์เท่ากับปลาปิรันยา แต่ที่ปาปัวนิวกินีและสหรัฐอเมริกากลับมีปลาคู้ที่มีพฤติกรรมกัดอัณฑะของผู้ที่ตกปลาหรือลงไปว่ายน้ำในแม่น้ำถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้ว

ปิรันยาราเมง

ปิรันยาราเมง

แม้จะเป็นปลาที่ดูน่ากลัวแต่สำหรับบางคนและบางประเทศมันก็เป็นเพียงแค่อาหาร ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ร้านอาหาร Ninja Café & Bar เพิ่มเมนูนี้ในร้าน นั่นก็คือปิรันยา ราเมง ในราคาชามละ ¥3,000 หรือราว 900 บาท แต่ว่ามันถูกขายอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะว่าเป็นแคมเปญเอาใจแฟนคลับที่ชื่นชอบในตัวร้านและติดตามข่าวคราวอยู่แล้วนั่นเอง

ต้นตอนั้นเริ่มจากการที่ช่วงเอพริลฟูลเดย์หรือวันโกหก บริษัท ฮอร์ลิเดย์แจ็ค ได้ประกาศว่าจะมีปิรันยาราเมงครั้งแรกของโลก ซึ่งต่อมาเมื่อเฉลยก็เลยทราบว่าเป็นแค่เรื่องหลอกลวง ทำเอาบรรดาแฟนคลับพากันผิดหวังกันไป ก็เลยกลายเป็นว่าบริษัทหันมาเอาใจคนกลุ่มนี้โดยการสั่งปลาปิรันยาที่สามารถทานได้จำนวน £600 หรือประมาณ 2,000 ตัวจากแม่น้ำแอมะซอนในอเมริกาใต้ ซึ่งความพิเศษของปลาปิรันยาราเมงก็คือ น้ำซุปของราเมงจะทำด้วยปลาปิรันยาแบบ 100% เป็นที่แรกของโลก

สนับสนุนบทความโดย :: ib888