Monday, 5 December 2022

8 เรื่องราวของ ซูชิ ที่ไม่เป็นความจริง

ซูชิ

ซูชิ คงเป็นหนึ่งในเมนูแรกที่เราต่างก็นึกถึงหากกล่าวถึงอาหารญี่ปุ่น และนั่นเป็นเพราะซูชิเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ทั้งในญี่ปุ่นเองหรือแม้กระทั่งประเทศอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นมันไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์อาหารที่มาในช่วงเวลาสั้นๆแล้วหายไป แต่ซูชินั้นเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมาหลายทศวรรษ อย่างไรก็ตามก็ยังมีเรื่องเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับซูชิ วันนี้ akatommychong ได้รวม 8 ข้อที่คนมักจะเข้าใจผิดบ่อยๆใน 8 เรื่องราวของซูชิที่ไม่เป็นความจริง

8 ข้อที่หลายคนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ซูชิ

1. ซูชิมีแต่ของดิบ

เรื่องราวที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดเกี่ยวกับซูชิน่าจะเป็นเรื่องที่หลายๆคนเชื่อว่าซูชินั้นทํามาจากปลาดิบแบบสดๆ แม้ความจริงแล้วมันจะมีกระบวนการที่พิถีพิถันในการปรุงมากกว่านั้น โดยเฉพาะการปรุงข้าวให้มีรสชาติอร่อยด้วยน้ําส้มสายชูญี่ปุ่นที่ทําจากข้าว รวมไปถึงเครื่องปรุงและหน้าซูชิต่างๆที่มีมากกว่าประดิษฐ์ เช่น ผัก ไข่ หรือเนื้อ แน่นอนว่าทุกอย่างที่กล่าวมานั้นจะต้องมีข้าวเป็นส่วนประกอบหลัก หากเป็นเพียงประดิษฐ์หรือเนื้อที่ถูกแล่บางๆเราจะเรียกมันว่า ซาซิมิ

2. ซูชิถือกําเนิดขึ้นในญี่ปุ่น

ซูชิเกิดขึ้นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่ทราบกันดีว่าในสมัยก่อนนั้นเป็นเรื่องยากที่จะเก็บรักษาอาหารให้อยู่ได้นาน ดังนั้นชาวบ้านจึงเริ่มคิดที่จะหาวิธีรักษาและยืดอายุของสด อย่างเช่น ปลาหรือเนื้อ ด้วยการหมักที่ทําให้เกิดกรดแลคติก โดยใช้ข้าวเป็นตัวหลักในการหมักแต่พวกเขาจะไม่ได้รับประทานข้าวที่ใช้หมัก โดยซูชิที่เกิดขึ้นครั้งแรกในญี่ปุ่นนั้นมีชื่อว่า นาแลซูชิ เป็นซูชิที่ผ่านการหมักเนื้อสัตว์ดังกล่าว ซึ่งเนื้อสัตว์จะมีรสชาติที่เปรี้ยวและกลมกล่อม จนกระทั่งคริสศตวรรษที่2 ญี่ปุ่นก็เริ่มใช้ไวน์ข้าว น้ําส้มสายชู และสาเกเข้ามาใช้ในการหมักแทนเนื่องจากใช้เวลาน้อยกว่า อย่างไรก็ตามซูชิที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนั้น เป็นซูชิสไตล์เอโดะในระหว่างปี1820

3. ซูชินั้นราคาแพงมาก

แน่นอนว่าซูชินั้นมีหลากหลายระดับตั้งแต่ราคาที่แพงจนเล่นเอาแทบจะหมดตัว อย่างโอมากาเสะไปจนราคาย่อมเยาจับต้องได้แบบที่ขายในมินิมาร์ท ถึงแม้วัตถุดิบที่ใช้จะต่างกันไปบ้างแต่มันก็ไม่สําคัญว่าซูชิจะราคาเท่าไร ตราบใดที่คุณยังรู้สึก enjoy ในการกิน

4. ซูชิเป็นอาหารที่กินได้ทุกวัน

เนื่องจากซูชิเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ดังนั้นคงมีหลายคนที่คิดว่าคนญี่ปุ่นนั้นกินซูชิเป็นมื้ออาหารประจําวัน แต่ว่ามันเป็นความเชื่อที่ผิดโดยสิ้นเชิงเพราะคนญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างใส่ใจกับการบาลานซ์สารอาหารในแต่ละมื้อ ซึ่งการกินแต่ซูชิคงจะเป็นเรื่องยากสําหรับพวกเขาที่จะทําให้ได้รับสารอาหารครบทุกหมู่ อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นก็ยังคงมีผู้ชื่นชอบซูชิมากๆจนกินมันแทบจะทุกวันเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องปกติสําหรับคนที่นั่น

5. ซูชิต้องกินกับโชยุ

หลายคนคงติดภาพการกินซูชิกับโชยุไปซะแล้วทั้งที่ความจริงมันไม่จําเป็นเลย เพราะข้าวซูชินั้นได้รับการปรุงรสมาเรียบร้อย เราจึงไม่จําเป็นต้องจิ้มโชยุเพิ่มเพราะนั่นจะทําให้รสชาติอาหารขาดความสมดุลไปหมด

6. ซูชิกับขิง

หลายหลายคนเชื่อว่าขิงนั้นเป็นส่วนประกอบที่ถูกนํามาตกแต่งจานซูชิ แต่ความจริงแล้วขิงที่ใส่มาในซูชินั้นเอาไว้รับประทานเมื่อจะเริ่มจานใหม่ เพื่อตัดรสชาติหรือจะเรียกว่าเอาไว้ล้างปากก็ได้

7. ห้ามรับประทานปลาปักเป้า

แน่นอนว่าปลาปักเป้านั้นมีพิษที่เรียกว่า Tetrodotoxin ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต หากเผลอรับประทานเข้าไป อย่างไรก็ตามเราสามารถกินปลากับเป้าได้หากมันได้รับการเตรียมวัตถุดิบอย่างถูกต้องเพื่อกําจัดพิษที่อยู่ในตัวของมันออกไป โดยผู้ที่รับหน้าที่นี้จะต้องเป็นเชฟที่มีความรู้และได้รับการขึ้นทะเบียนโดยรัฐบาลเท่านั้น เนื่องจากพิษของมันนั้นรุนแรงมากหากได้รับปริมาณสารพิษเพียง 1.2 มิลลิกรัม ก็สามารถทําให้ถึงแก่ชีวิตได้

8. ซูชิเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ

ซูชิอาจจะดูเหมือนอาหารสุขภาพจริงๆถ้าเราเลือกรับประทานเพียงข้าวกับปลาดิบเฉยๆ ทว่าความจริงแล้วการได้ลองเมนูครั้นชี่เทมปุระหรือการกินกับมาโยซอสนั้นก็อร่อยไม่แพ้กัน และนั่นก็เท่ากับว่าเรากําลังเพิ่มแคลอรีมหาศาลเข้าไปในเมนูที่เกือบจะเฮลตี้นั้น ดังนั้นหากต้องการเอาซูชิที่เฮลท์ตี้ อาจจะต้องลองหันมาเลือกเมนูที่เรียบง่าย อย่าง อะโวคาโดโรล ทูน่าโรล หรือแคลิฟอร์เนียโรลจะดีกว่า

และทั้งหมดนี้คือ 8 เรื่องราวเกี่ยวกับซูชิที่ไม่เป็นความจริง ซูชิเป็นอาหารที่มีประวัติศาสตร์และความเป็นมาอย่างยาวนาน แม้ว่ามันจะเป็นอาหารยอดนิยม แต่ก็ยังมีอีกหลายข้อเท็จจริงที่หลายคนเข้าใจผิด แต่ความจริงแล้วจะเรียกว่าการเข้าใจผิดเสียทีเดียวก็ไม่ได้เพราะทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของแต่ละชาติที่เลือกรับประทานซูชิในรูปแบบ และความชอบที่แตกต่างกันออกไป

สนับสนุนโดย :: felixwunderlichgames


18 − 8 =