Wednesday, 1 February 2023

7 เค้ก น่าอร่อยและประวัติน่ารู้

เค้ก

เค้ก เป็นของหวานที่หลายๆคนชอบรับประทาน เพราะมีรสชาติหวานอร่อยตกแต่งอย่างสวยงามน่ารับประทาน เค้กจึงกลายเป็นของหวานยอดนิยมของผู้คนทั่วโลก ในวันนี้ akatommychong จะนำเรื่องเค้ก 7 อย่างที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังเค้กเหล่านี้จะมีอะไรบ้างลองไปดูกันเลย

เค้ก 7 อย่าง ที่น่าสนใจ

เค้ก แบล็คฟอเรส

1. เค้กแบล็คฟอเรส ( Black forest cake)

เค้กแบล็คฟอเรส มีลักษณะเป็น เค้กช็อกโกแลต สลับชั้นกับครีมสดและผลเชอรี่ ตกแต่งหน้าด้วยผลเชอร์รี่และช็อกโกแลต มีกลิ่นหอมของเหล้าเชอร์รี่ เค้กแบล็คฟอเรสต้นกำเนิดมาจากทางตอนใต้ของประเทศเยอรมันในช่วงศตวรรษที่ 16 โดยมีที่มา จากเครื่องแต่งกายของผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในบริเวณป่าแบล็กฟอเรส เธอสวมเสื้อสีขาว ชุดกระโปรงสีดำ หมวกสีแดง ที่เรียกว่า Bollenhut ซึ่งมีลักษณะเป็นลูกกลมๆหลายลูกคล้ายกับผลเชอร์รี่

เค้กแบล็คฟอเรสได้กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปี 1915 โดย Josef Keller ซึ่งเป็น เชฟทำขนม ชาวเยอรมัน และในปี 2013 คณะกรรมาธิการยุโรป ได้ออกกฎหมายว่าถ้าจะขายเค้กนี้ในชื่อของแบล็คฟอเรสเค้กจะต้องใช้บรันดี้เชอรี่ที่มาจากป่าแบล็คฟอเรสเท่านั้น ปัจจุบันเค้กแบล็คฟอเรสได้มีการดัดแปลงส่วนผสมแล้วตามความชื่นชอบของแต่ละคน เช่น ตกแต่งหน้าด้วยผลเชอร์รี่เชื่อม ช็อคโกแลตชิพ หรือใช้แยมเชอร์รี่แทนที่จะเป็นผลเชอร์รี่ ราดด้วยช็อกโกแลตกานาช เป็นต้น

เค้กช็อกโกแลตเยอรมัน

2. เค้กช็อกโกแลตเยอรมัน (German chocolate cake)

เค้กช็อกโกแลตเยอรมัน เป็นเค้กช็อกโกแลตมีไส้เป็นถั่วพีแคนและมะพร้าวผสมกับไข่แดงและนมข้นจืด ตกแต่งหน้าด้วยถั่วพีแคนและมะพร้าว แม้ว่าจะมีชื่อว่าเค้กช็อกโกแลตเยอรมัน แต่อันที่จริงเค้กนี้มีต้นกำเนิดมาจากรัฐเท็กซัสประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1852 โดยที่ชื่อเค้กนี้ มาจากชื่อของเจ้าของบริษัท Baker ’s Chocolate Company ซึ่งเป็นบริษัทผลิตช็อกโกแลตแท่ง สำหรับทำขนมและในปี 1952

สูตรเค้กช็อกโกแลตเยอรมันได้ออกปรากฏครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ดัลลัสมอร์นิ่งสตาร์ ซึ่งสูตรนี้มาจากแม่บ้านชาวเท็กซัส สูตรเค้กนี้ได้แพร่หลายในบรรดาแม่บ้านและกลายเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ ปัจจุบันเค้กช็อกโกแลตเยอรมันได้มีการดัดแปลงรูปแบบมากมาย เช่น ตกแต่งด้วยครีมช็อกโกแลต หรือแต่งหน้าด้วยเชอร์รี่

เค้กผลไม้

3. เค้กผลไม้ (Fruit cake)

เค้กผลไม้หรือฟรุตเค้ก เป็นเค้กที่ผสมผลไม้แห้งหมักด้วยเหล้ารัมและน้ำส้ม ตกแต่งหน้าด้วยผลไม้เชื่อมและถั่วต่างๆเป็นที่คุ้นเคยกันในเค้กรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าประวัติของเค้กผลไม้นั้นมีมายาวนานตั้งแต่ยุคโรมัน ส่วนผสมเมื่อประมาณ 2000 ปีก่อนประกอบด้วย เมล็ดทับทิม เมล็ดสน และลูกเกดผสมกับข้าวบาร์เลย์ป่น

ในยุคกลางเค้กผลไม้ได้มีการดัดแปลงสูตร โดยการผสมน้ำผึ้ง ผลไม้หมักดอง เครื่องเทศต่างๆ เช่น อบเชย พริกไทยหญ้าฝรั่น ผงยี่หร่า กานพลู และได้กลายมาเป็นที่นิยมไปทั่วยุโรปและเค้กผลไม้ก็ได้กลายเป็นขนมที่แพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา โดยผู้คนนิยมรับประทานกันเพื่อเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

ซึ่งสูตรเค้กผลไม้ของแต่ละประเทศนั้นจะมีชื่อเรียกและเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างกันออกไป เช่น Stollen Cake ของประเทศเยอรมัน จะมีรูปร่างเป็นทรงกระบอกแบน โรยน้ำตาลไอซิ่งด้านบนส่วนประเทศอิตาลีจะเรียกว่า Panettone Cake ตัวแป้งจะเป็นขนมปังแทนที่จะเป็นเค้กและในสหราชอาณาจักรก็นิยมนำเค้กผลไม้มาใช้เป็นเค้กแต่งงาน

เค้กเรดเวลเวท

4. เค้กเรดเวลเวท (Red velvet cake)

เค้กเรดเวลเวท เป็นเค้กที่มี สีแดง สีแดงเข้ม หรือสีน้ำตาลแดงสลับชั้นกับครีมชีสสีขาว คำว่าเวลเวท ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า กำมาหยี่ สาเหตุที่ได้ชื่อนี้เพราะลักษณะของเนื้อเค้กที่เหมือนกับกำมะหยี ต้นกำเนิดของเค้กเรดเวลเวทเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 19 พ่อครัวคนหนึ่งได้ทำเค้กช็อคโกแลตเขาได้ใส่น้ำส้มสายชู ผงโกโก้ และเบคกิ้งโซดา กรดในน้ำส้มสายชูทำปฏิกิริยากับสารแอนโทไซยานินในผงโกโก้ทำให้แป้งเค้กกลายเป็นสีแดง

แต่ในยุคต่อมาผงโกโก้ได้ถูกผลิตโดยผ่านการทำให้เป็นกรดน้อยลง การทำเค้กเรดเวลเวทจึงไม่สามารถทำให้เป็นสีแดงธรรมชาติได้อีกต่อไป หากต้องการสีแดงก็ต้องผสมน้ำบีทรูทหรือสีผสมอาหารสีแดงลงไป นอกจากเค้กแล้วปัจจุบันยังมีของหวานอีกมากมายที่ทำในรูปแบบของเรดเวลเวท เช่น คุกกี้ บราวนี่ ไอศครีมแซนวิช Parfait หรือ Macaron

ชีสเค้ก

5. ชีสเค้ก (Cheesecake)

ชีสเค้ก เป็นเค้กที่มีส่วนผสมของครีมชีส รสชาติหวานอมเปรี้ยวสัมผัสเนียนนุ่ม ต้นกำเนิดของชีสเค้กย้อนไปไกลถึงยุคกรีกโบราณในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรกคือเมื่อประมาณ 776 ปีก่อนคริสตกาล ชาวกรีกได้ทำชีสเค้กเพื่อให้นักกีฬาได้รับประทาน ชีสเค้กในยุคนั้น ทำจากชีส แป้ง ข้าวสาลี และน้ำผึ้ง และยังมีการรับประทานชีสเค้กในงานแต่งงานยุคนั้นอีกด้วย

สูตรชีสเค้กได้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกในปี 230 โดยนักเขียนชาวกรีก ชื่อ Athenaeus of Naucratis เมื่อชาวโรมัน พิชิตอาณาจักรกรีซได้ พวกเขาได้นำสูตรชีสเค้กนี้ไปผลิตและตั้งชื่อว่า Libum cheesecake ซึ่งมีส่วนผสมของ แป้งสาลี ชีส นมวัว และไข่ ต่อมาชีสเค้กได้แพร่หลายไปทั่วยุโรปและกระจายไปยังทั่วโลก

ปัจจุบันมีชีสเค้กหลายชนิดที่ได้รับความนิยม เช่น New York cheesecake ที่มีส่วนผสมของครีมชีส ที่ทำให้เค้กมีรสชาติอร่อยเข้มข้น ชีสเค้กหน้าไหม้ ซึ่งเป็นชีสเค้กที่มีต้นกำเนิดจากสเปนและสตรอเบอร์รี่ชีสเค้ก ซึ่งเป็นเค้กยอดนิยมของผู้คนทั่วโลก เป็นต้น

คัพเค้ก

6. คัพเค้ก (Cupcake)

คัพเค้ก เป็นเค้กขนาดเล็กที่อบในถ้วยตกแต่งหน้าด้วยครีมและของตกแต่งต่างๆอย่างสวยงาม ต้นกำเนิดของคัพเค้กมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1796 ซึ่งปรากฏใน หนังสือทำอาหาร ชื่อว่า American Cookery ของ Amelia Simmons คำว่า คัพเค้ก ปรากฏครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 19 จากหนังสือทำอาหาร ชื่อว่า Receipts ของ Eliza Leslie โดยทั่วไปแล้วส่วนผสมของคัพเค้กจะเหมือนกับการทำเค้กทั่วไปแต่จะแบ่งออกเป็นถ้วยเล็กๆหลายถ้วย ปัจจุบันคัพเค้กมีการตกแต่งหน้าหลายรูปแบบ โดยมากจะใช้สีสดใสเพื่อดึงดูดให้น่ารับประทาน

Pancake

7. แพนเค้ก (Pancake)

แพนเค้ก เป็นขนมที่มีลักษณะกลมแบนทำให้สุกโดยการทอดในกระทะ มีหลักฐานว่าแพนเค้กเป็นขนมที่มีมานาน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว จึงได้มีการค้นพบแพนเค้กอยู่ในกระเพาะอาหารของ Otzi the Iceman ซึ่งเป็น มัมมี่แช่แข็งที่เป็นร่างของชายที่มีอายุเมื่อประมาณ 5300 ปีมาแล้ว

ต่อมาในยุคกรีกโรมัน แพนเค้กก็ได้กลายเป็นขนมยอดนิยมซึ่งในยุคนั้นทำมาจาก แป้งสาลี น้ำมันมะกอก น้ำผึ้ง และนมเปรี้ยว ต่อมาชาวกรีกโบราณได้เขียนเรื่องแพนเค้กในบทกวีของพวกเขา แต่ Shakespeare ก็ได้กล่าวถึง แพนเค้กในบทละครของเขาด้วย ส่วนชื่อแพนเค้กปรากฏครั้งแรกในศตวรรษที่ 15 และใช้เรื่อยมาอย่างต่อเนื่องในศตวรรษที่ 19 โดยชาวอเมริกัน

แพนเค้กอเมริกาในยุคเเรกๆทำมาจากแป้งบัควีทหรือแป้งข้าวโพด ต่อมาก็ได้มีการพัฒนาสูตรจนกลายเป็นที่คุ้นเคยกันในปัจจุบันคือหนานุ่มฟูมีหลายแผ่นวางเรียงกัน ส่วนแพนเค้กในประเทศอื่นๆก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป เช่น ประเทศฝรั่งเศสจะเป็นแผ่นบางซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อเครป

ส่วนในประเทศญี่ปุ่นมีขนมชื่อว่า โดรายากิ โดยนำแพนเค้กสองแผ่นมาประกบกันสอดไส้ด้วยถั่วแดง ปัจจุบันมีการนำแพนเค้ก มาสร้างเป็นศิลปะด้วยการวาดเป็นรูปต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นการนำอาหารมาสร้างสรรค์เป็นศิลปะได้อย่างสวยงาม

จะเห็นได้ว่าเค้กบางชนิดก็มีประวัติศาสตร์มายาวนานมากบางชนิดอาจมีประวัติศาสตร์ไม่ได้ยาวนาน แต่ด้วยรูปร่างหน้าตา และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จึงทำให้เค้กเหล่านี้กลายเป็นที่จดจำและเป็นที่นิยมไม่แพ้เค้กที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเลย

สนับสนุนบทความโดย :: joker123wallet


11 − 5 =