Sunday, 5 May 2024

6 เรื่องน่ารู้ของ น้ำผึ้ง อาหารที่ไม่มีวันบูด

07 Mar 2023
353

น้ำผึ้ง

เมื่อพูดถึง น้ำผึ้ง แล้วก็ต้องนึกถึงรสชาติที่หอมโดดเด่นไม่เหมือนใคร มีคนจำนวนมากที่หลงใหลในรสชาติของน้ำผึ้ง แต่เคยสงสัยไหมว่า ทำไมน้ำผึ้งแท้ถึงไม่มีวันหมดอายุ ไม่ว่าจะแช่แข็งหรือเก็บไว้ในห้องอุณหภูมิปกติ เวลาผ่านไปเป็นปีก็ยังสามารถนำกลับมารับประทานได้ ซึ่งรสชาติมันก็ยังหอมอร่อย ไม่มีความรู้สึกว่าบูด และที่สำคัญน้ำผึ้งยังเป็นสิ่งที่นิยมกินกันมาแต่โบราณ วันนี้เรา akatommychong จะมาดูกันว่าในน้ำผึ้งมีอะไร แล้วให้ประโยชน์อะไรกับเราได้บ้างใน 6 เรื่องน่ารู้ของน้ำผึ้งอาหารที่ไม่มีวันบูด

เรื่องราวเกี่ยวกับ น้ำผึ้ง

1. น้ำผึ้งเกิดจากอะไร

น้ำผึ้งเป็นผลผลิตจากน้ำเชื่อมของเกษรดอกไม้ชนิดต่างๆ เก็บโดยพนักงานจอมขยันอันดับต้นๆของโลก ผึ้งงานตัวน้อยที่ทำงานกันอย่างแข็งขันโดยไม่มีวันหยุด ผึ้งงานหรือผึ้งน้ำหวานจะเปลี่ยนน้ำเชื่อมจากดอกไม้เป็นน้ำผึ้งด้วยการขย้อนน้ำเชื่อมจากดอกไม้ที่ดูดไว้ออกมา เพื่อเตรียมไว้เป็นแหล่งอาหารให้กับตัวอ่อนในรังผึ้ง

โดยจะสร้างขี้ผึ้งจากเศษเกษรดอกไม้ผสมกับน้ำเมือกขึ้นรูปเป็นโพรงทรงหกเหลี่ยมและเก็บของเหลวที่ได้จากการขย้อนน้ำผึ้งลงไปปิดทับด้วยขี้ผึ้งอ่อนอีกชั้น

น้ำผึ้ง

2. ส่วนประกอบของน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบถึง 80 ถึง 85% ประกอบไปด้วยน้ำตาลชนิดต่างๆ น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ได้แก่ กลูโคสและฟรักโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ย่อยเป็นพลังงานให้กับร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

อีกกลุ่มคือน้ำตาลโมเลกุลคู่ ได้แก่ มอนโทส ซูโครส แลคโทส และมีส่วนของน้ำตาลที่มีโมเลกุลซับซ้อนอย่างเดรกโตสผสมอยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นส่วนผสมความหวานที่ได้จากธรรมชาติล้วนๆ

ดังนั้นน้ำผึ้งจากธรรมชาติที่บริสุทธิ์จริงจะมีปริมาณซูโครสไม่เกินร้อยละ 5-8 เท่านั้น ถ้าสูงกว่านั้นแสดงว่าน้ำผึ้งนั้นมีการผสมน้ำเชื่อมหรือไม่ใช่น้ำผึ้งบริสุทธิ์นั่นเอง

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

3. ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายมาหลายพันปีแล้ว โดยถือให้น้ำผึ้งเป็นอาหารบำรุงกำลัง ปรับสมดุลให้กับร่างกาย ช่วยให้อวัยวะภายในทำงานได้ดีขึ้น ช่วยรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย ลดกรดในกระเพาะอาหาร ใช้ล้างแผล ฆ่าเชื้อโรค ใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

นอกจากน้ำผึ้งจะใช้เป็นอาหารที่อุดมคุณค่าแล้วน้ำผึ้งยังมีสรรพคุณมากมายเพื่อความงามอีกด้วย น้ำผึ้งถูกนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวมาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ ด้วยที่น้ำผึ้งมีความสามารถในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ สารชนิดนี้กำจัดเชื้อโรคได้โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อ ซึ่งทำให้น้ำผึ้งถูกนำมาใช้เพื่อรักษาโรคผิวหนังรวมถึงเรื่องความงามอีกด้วย

นอกจากนี้น้ำผึ้งมีสารประกอบที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันแสงแดดและรังสียูวี แถมยังเสริมสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรงนุ่มเนียน เครื่องสำอางประเภทสบู่ ครีมพอกหน้า ครีมขัดหน้า เจลล้างหน้า จึงนิยมนำน้ำผึ้งมาเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์

น้ำผึ้ง

4. ทำไมน้ำผึ้งถึงอยู่ได้นาน

ในน้ำผึ้งมีเอนไซม์จากน้ำลายผึ้งที่ผสมลงในน้ำหวานคือกลูโคสออกซิเดส เอนไซม์ตัวนี้จะช่วยชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ยิ่งเก็บไว้นานเอนไซม์ตัวนี้ก็จะทำให้ไม่เกิดอาการเน่าเสีย โดยการเปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็นกรดกลูโคนิกกับ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ที่มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรียได้

สาเหตุที่สำคัญที่สุดคือในน้ำผึ้งมีปริมาณน้ำตาลและความเป็นกรดสูง ทำให้แบคทีเรียและยีสต์ไม่สามารถเจริญเติบโตได้และถ้าเก็บน้ำผึ้งไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท ก็จะทำให้น้ำผึ้งเเท้บริสุทธิ์สามารถเก็บไว้ได้นาน แต่น้ำผึ้งที่กล่าวมาจะต้องทำจากธรรมชาติอย่างแท้จริงและปิดผนึกไว้อย่างเหมาะสมเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีข้อเท็จจริงที่บอกไว้ว่านักโบราณคดีพบน้ำผึ้งอายุหลายพันปีก่อน ในสุสานอียิปต์โบราณและมันยังสามารถทานได้อยู่ การค้นพบครั้งนั้นพิสูจน์ได้ดีว่าถ้ามีการบรรจุที่เหมาะสมน้ำผึ้งแท้จะสามารถเก็บได้อย่างยาวนาน คณะกรรมการน้ำผึ้งแห่งชาติยืนยันในเรื่องดังกล่าวได้ โดยบอกว่าน้ำผึ้งที่ปิดผนึกไว้อย่างดีสามารถอยู่ได้นับทศวรรษหรืออาจจะหลายศตวรรษก็เป็นได้

สิ่งที่ต้องจำไว้ให้แม่นก็คือน้ำผึ้งแท้เท่านั้นที่สามารถคงอยู่ได้นับพันปีและสิ่งที่ดีกว่านั้นก็คือคุณประโยชน์ของมัน น้ำผึ้งแท้จะมีวิตามินและเอนไซม์ที่ให้ความหวานได้ตามธรรมชาติทดแทนน้ำตาลและมันต้องเป็นน้ำผึ้งแท้ที่ไม่ผ่านการใช้ความร้อนสูง ที่จะทำให้คุณค่าของมันสูญเสียไป

น้ำผึ้ง

5. น้ำผึ้งแท้หรือเทียมสังเกตุอย่างไร

สำหรับคนที่ทานน้ำผึ้งเป็นประจำจะคุ้นเคยกับลักษณะและกลิ่นอยู่แล้ว เพียงแค่ดมหรือชิ้นก็สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจน แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย ไม่มีความรู้ เพื่อความมั่นใจลองใช้วิธีง่ายๆเหล่านี้พิสูจน์ดู คือ

  1. หยดน้ำผึ้งลงบนกระดาษทิชชู่ ถ้าเป็นน้ำผึ้งปลอมหยดน้ำเชื่อมจะขยายเป็นวงกว้างและกระจายออกเร็วกว่าน้ำผึ้งจริง
  2. เทน้ำผึ้งลงในฝ่ามือ ถ้าเป็นน้ำผึ้งแท้เวลาล้างออกจะล้างออกได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะติดมือ
  3. จุ่มหัวไม้ขีดไฟลงในน้ำผึ้ง ถ้าจุดไฟติดแสดงว่าเป็นน้ำผึ้งแท้
  4. ตักน้ำผึ้งแล้วหยดหลง น้ำผึ้งแท้จะไหลเป็นสายมีใยบางบางไม่ขาดสายและจะพับกล่องเป็นชั้นก่อนจะรวมตัวกันเป็นเนื้อเดียว

ข้อควรระวังในการใช้น้ำผึ้ง

6. ข้อควรระวังในการใช้น้ำผึ้ง

ถึงน้ำผึ้งจะมีประโยชน์มากมายแต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่เหมาะกับการทานน้ำผึ้ง เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ละอองเกสรดอกไม้ อาจทำให้เกิดผื่นแดงจึงควรทดสอบก่อนใช้เสียก่อน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่าคิดว่าน้ำผึ้งปลอดภัยทานได้โดยไม่ต้องควบคุม เพราะต้องไม่ลืมว่าน้ำผึ้งประกอบด้วยน้ำตาลหลายชนิด จึงจำเป็นที่จะต้องควบคุมปริมาณในการทาน เช่นเดียวกับความหวานจากแหล่งอื่น

นอกจากนี้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี ไม่ควรทานน้ำผึ้งและต้องมั่นใจว่าน้ำผึ้งนั้นสะอาดได้มาจากแหล่งที่ปลอดภัยถูกหลักอนามัยต้องระมัดระวังการปนเปื้อนโดยเฉพาะการนำน้ำผึ้งมาใช้ในการรักษาและสมานแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อและเกิดการลุกลามเน่าเปื่อยได้

สนับสนุนโดย :: baccaratwallet