Wednesday, 4 October 2023

10 จานเด็ด อาหารเม็กซิกัน ที่คุณควรลอง

12 Mar 2023
180

อาหารเม็กซิกัน

อาหารเม็กซิกัน นั้นอาจจะดูแปลกและใหม่ในสายตาคนไทย แต่ในระดับโลกแล้วถือเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างสูง องค์การยูเนสโกถึงกับยกให้อาหารเม็กซิกันเป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติ เป็นอาหารที่มีประวัติสืบค้นได้ไปถึงสมัยอาณาจักรมายา ที่อยู่มาตั้งแต่ 1800 ปีก่อนคริสตกาล เรียกได้ว่ามีประวัติความเป็นมา ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอาหารจีน หรืออาหารอินเดียเลย

จุดเด่นของอาหารเม็กซิกัน คือสีสันที่สวยงาม คุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน วัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย ในวันนี้เรา akatommychong จะขอเสนอ 10 เมนูอาหารเม็กซิกันที่คุณควรลองจะมีอะไรและน่ากินขนาดไหนไปดูกันเลย

แนะนำ อาหารเม็กซิกัน ที่คุณต้องลอง

1. Tacos

ทาโก้ถือเป็นอาหารขึ้นชื่อที่สุดชนิดที่เรียกว่าพูดถึงอาหารเม็กซิกันก็ต้องนึกถึงทาโก้เป็นอันดับแรก ทาโก้คือแป้งตอติญ่าซึ่งมักจะเป็นข้าวโพดทำเป็นวงกลม แบน และบางขนาดฝ่ามือ วางเนื้อสัตว์ต่างๆ หรือถั่วลงไป ใส่ผักและชีส แล้วราดด้วยครีมเปรี้ยวซอสอะโวคาโด ที่เรียกกันว่ากัวคาโมเล่ที่ทำจากมะเขือเทศ แตงกวา ใส่พริก น้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชู ซึ่งในอาหารเม็กซิโกจะได้เจอกับซอสทั้ง 3 นี้บ่อยมาก

Tacos

ส่วนที่เรียกว่าทาโก้นั้น สันนิษฐานกันว่ามาจากคนงานเหมืองเงินในช่วงทศวรรษที่ 18 ในยุคนั้นชาวเหมืองจะมีการทำระเบิดในเหมือง ด้วยการห่อดินปืนเป็นแท่งด้วยกระดาษสีเงินขนาดพอๆกับซิกา ซึ่งเรียกว่าทาโก้ จากนั้นชาวเมืองก็เริ่มเรียกห่ออาหารของตัวเองว่าทาโก้ตามชื่อระเบิดนั้น ซึ่งค่อยๆได้รับความนิยมกันมาอย่างต่อเนื่องจนแพร่ไปสู่อเมริกาจากนั้นก็กระจายไปทั่วทุกมุมของโลก

Enchiladas

2. Enchiladas

เอ็นซีลาดัสเป็นเมนูสำหรับคนชอบชีสและเป็นอีกเมนูที่พบได้ตามร้านอาหารเม็กซิกัน หรือในครัวทั่วไปในอเมริกา ทำโดยนำแป้งตอติญ่ามาม้วนใส่เนื้อสัตว์หรือผักใส่ชีสลงไป แล้วจัดวางเรียงใส่ถาด แล้วใส่ในเตาอบได้จนเต็มถาด จากนั้นราดซอสที่มีรสเผ็ดลงไปโปะด้วยชีส แล้วเอาเข้าเตาอบจนกว่าชีสจะละลายเป็นอันเสร็จ กินกับซอสครีมเปรี้ยวหรือซอสกัวกามัวเล่ ปกติมักกินเป็นอาหารมื้อค่ำคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ

Carnitas

3. Carnitas

คาร์นิทัสหมายถึงเนื้อชิ้นเล็ก ในที่นี้หรือเมนูนี้หมายถึงหมู ใช้ส่วนไหล่หมู่ที่เหนียวนิดๆแต่มีไขมันแทรก มาตัดเป็นชิ้นลูกเต๋าขนาดประมาณ 2 นิ้ว ผสมเครื่องปรุงและเครื่องเทศ แล้วเข้าเตาอบใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก็จะได้เนื้อหมูที่เปื่อยยุ่ยจนฉีกเป็นริ้วๆได้ด้วยช้อนส้อม

มักนิยมกินกับ หัวหอม ซาวซ่า ซอสกัวกาโมเล่ แป้งตอติญ่า หรือใช้ใส่ทาโก้และของกินอื่นๆที่ใช้เนื้อสัตว์ จึงถือว่าเป็นเมนูก้นครัวเม็กซิกันเลยก็ว่าได้

Chilaquiles

4. Chilaquiles

Chilaquiles เริ่มจากการนำแป้งตอติญ่ามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาไปทอดจนกรอบ จากนั้นทำซอสรสเผ็ดราด ตามด้วยเนื้อสัตว์ ชีส ไข่ดาว ราดด้วยซอสครีมเปรี้ยวก็ถือเป็นอันเสร็จ

พอดูมา 4 เมนูแล้วหลายคนอาจจะเห็นวัตถุดิบซ้ำกันอย่าง แป้งตอติญ่า เนื้อสัตว์ และซอสต่างๆวนอยู่แบบนี้ แต่นั่นแหละครับคือเสน่ห์ของอาหารเม็กซิกัน ที่ตกทอดกันมานานนับพันปี กับการนำวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างจำกัดมารังสรรค์อาหารเมนูใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

ถ้าในอนาคตโลกของเราขาดแคลนอาหารขึ้นมาจำเป็นต้องทานอะไรซ้ำๆวิธีการพลิกแพลงอาหารแบบเม็กซิกันนี้แหละน่าจะช่วยไม่ให้เบื่ออาหารได้

Birria

5. Birria

บีเรียคือสตูแบบเผ็ดที่นำเนื้อแพะหรือแกะไปเคี่ยวในน้ำซุปเผ็ดร้อนกว่า 3 ชั่วโมง จนเนื้อเปื่อยยุ่ยชุ่มฉ่ำ ปัจจุบันมีการดัดแปลงเพิ่มด้วยการนำน้ำซอสจากการตุ๋นเนื้อไปราดบนเตา เอาแป้งทาโก้วางลงไปหนาบทำให้ทาโก้มีสีแดงและมีรสเผ็ด จากนั้นก็เอาเนื้อที่ตุ๋นมาสับวางลงไป แล้วห่อทานเหมือนทาโก้ กำลังได้รับความนิยมเป็นกระแสอยู่ในสหรัฐอเมริกาเรียกกันว่าเรททาโก้ เสิร์ฟมาพร้อมสตูถ้วยเล็กๆทานคู่กัน

Tamales

6. Tamales

ทามาเลสถือแป้งข้าวโพดที่เรียกว่ามาซา มาคลุกเคล้าส่วนผสมแล้วนำไปแผ่ลงบนเปลือกข้าวโพด เอาหมู ไก่ เนื้อ ที่ผ่านกรรมวิธีการเตรียม มาวางลงไป ใครเป็นมังสวิรัตก็เอาผักที่ชอบแทนหรือจะทำเป็นของหวานก็เอาผลไม้ใส่ลงไป จากนั้นก็ม้วนใบข้าวโพด ปิดแล้วเอาไปนึ่งจนแป้งสุก เวลาเสิร์ฟจะแกะใบทิ้งหรือวางรอเวลาทานก็ได้ ราดด้วยน้ำสต๊อกที่ได้จากการปรุงเนื้อสัตว์ที่เหลือหรือกินเปล่าๆ

Molcajete

7. Molcajete

Molcajete คืออาหารจานร้อนของเม็กซิโกที่ใส่มาได้หลายแบบ ตั้งแต่สตูไปจนถึงพวกปิ้งย่าง ใส่มาในครกหรือโมคาเฮเต้ที่แปลว่าครกนั่นเอง ที่เสิร์ฟมาร้อนๆด้วยความร้อนจัดและร้อนได้นาน จึงนิยมกินกันในหน้าหนาวมากกว่าหน้าร้อน

ส่วนครกกับสากนั้นเป็นอุปกรณ์คู่ครัวของมนุษย์มาช้านานเก่าสุดที่พบมีอายุถึง 13,000 ปี ในถ้ำเขบาร่าของอิสราเอล และมีใช้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมทั้งในไทยด้วย แต่ของเม็กซิโกจะแปลกหน่อยคือมีขาตั้ง 3 ขา ใช้กันมาตั้งแต่สมัย อาณาจักรมายา เลยทีเดียว

Mole

8. Mole

โมเลเป็นอีกหนึ่งเมนูที่สื่อความเป็นอาหารเม็กซิกัน คำว่า Mole  คือซอสซึ่งตั้งต้นด้วยพริกจากนั้นใส่เครื่องเทศหลายชนิด ที่ผัดน้ำมันให้หอมลงไปตามสูตรใครสูตรมัน ให้ทั้งความเผ็ดและรสชาติที่ต่างกันไปตามสูตร

บางสูตรก็มีช็อกโกแลตด้วยช่วยเพิ่มความหวานและสีสัน จากนั้นใส่เนื้อสัตว์ที่เอาไปย่างหรือต้ม ส่วนมากจะเป็นเนื้อไก่ใส่ลงไปเคี่ยวแล้วเสิร์ฟทานกับแป้งตอติลญ่าหรือข้าว ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คล้ายๆกับแกงเผ็ดของไทยอยู่ไม่ใช่น้อย เมนูไก่ซอสโมเลยังถือเป็นอาหารประจำชาติของเม็กซิโกอีกด้วย

Fruit With Chili Powder

9. Fruit With Chili Powder

มาถึงของกินเล่นหรือของหวานที่สาวๆเห็นแล้วเปรี้ยวปากอย่างผลไม้ราดด้วยผงพริก ส่วนผสมก็มีแค่ผงพริก มะนาว เกลือ คนให้เข้ากันแล้วราดลงไปบนผลไม้ประจำถิ่นหรือประจำฤดูกาลชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายชนิดก็ได้ แล้วก็หั่นเป็นชิ้นพอคำ อาจจะเพิ่มแตงกวาไปอีกหน่อย เพื่อเพิ่มความกรอบ เป็นอีกหนึ่งของทานเล่นที่พบได้ทั่วไปบนถนนในเม็กซิโก

Arroz Con Leche

10. Arroz Con Leche

ปิดท้ายกันด้วยเมนูของหวานที่ทำได้ง่ายๆ เผื่อใครอยากจะทำให้คนที่รักทาน แค่ข้าว น้ำเปล่า นมสด น้ำตาล เกลือ และก้านอบเชย เริ่มจากต้มน้ำใส่กันอบเชย เทข้าวลงไปจนสุก ใส่น้ำตาลตามชอบ ใส่นมตอนเอาขึ้นพร้อมเสิร์ฟ โรยผงอบเชยเข้าไปอีกเล็กน้อย มักนิยมกินเป็นมื้อเช้าด้วยความที่ทำง่ายและได้สารอาหารที่พอดีกับร่างกาย

จะเห็นได้ว่าหลายเมนูนั้นก็คล้ายกับบ้านเราทั้งๆที่อยู่กันคนละซีกโลก อาจเป็นเพราะอยู่ในเขตร้อนชื้นคล้ายๆกันและเป็นไปได้ว่าเราได้รับวัฒนธรรมด้านอาหารมาจากเม็กซิโก นอกเหนือไปจากพริกเหมือนที่เราได้รับอารยธรรมด้านอาหารจากจีน อินเดีย รวมถึงประเทศอื่นๆ แล้วนำมาปรับให้เข้ากับความเป็นอยู่ในบ้านเรา จนสุดท้ายก็กลายเป็นของเราไปในที่สุด

สนับสนุนโดย : ufacash888