Tuesday, 27 February 2024

6 อาหารในสงคราม

09 Mar 2023
297

อาหารในสงคราม

ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนอาหารการกินก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิต เราสามารถเลือกอาหารที่อยากทานได้ จะเป็นเมื่อหรู อาหารข้างทาง หรือเป็นอาหารทำเองก็ได้หมด แต่ในช่วงสงครามเป็นช่วงเวลาที่เราไม่สามารถเลือกอาหารได้และอาหารก็เป็นสิ่งที่หายากมากเช่นกัน วันนี้เรา akatommychong ได้รวม 6 อาหารในสงคราม ที่คนในช่วงเวลาสงครามทานกันจริง บางอย่างต้องมีการผลิตอาหารทดแทนขึ้นมาหรือบางเมนูก็มีการดัดแปลงจนกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อไปเลยในปัจจุบัน

อาหารในสงคราม มีอะไรบ้าง

1. Ersatz Food

Ersatz อาหารเทียมในช่วงสงครามโลกครั้งที่1 เป็นการผลิตอาหารทดแทนอาหารจริง เพราะในช่วงสงครามนั้นสามารถผลิตอาหารได้เพียง 80% ของปริมาณความต้องการทั้งประเทศ ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารถึง 20% แต่เมื่อถูกปิดล้อมทางทะเลเอาไว้อาหารจึงขาดแคลนมากขึ้นในเยอรมัน ทำให้ชาวเยอรมันต้องหันไปพึ่งอาหารเทียมที่เรียกว่า Ersatz แทน

Ersatz

Ersatz จะมีส่วนผสมในการผลิตที่ใกล้เคียงกับอาหารจริง ซึ่งแม้ว่าวัตถุดิบบางอย่างจะไม่น่ากินเลย แต่ก็สามารถดัดแปลงและช่วยต่อชีวิตคนได้หลายคน ซึ่งอาหารเทียมนั้นจะมีขนมปังจากถั่วลันเตาผสมขี้เลื่อย เค้กจากแป้งต้นเกาลัด เนื้อที่ผสมข้าวกับเนื้อแกะ แม้แต่สเต็กก็เป็นผักบีบอัดเป็นสเต็กผัดให้ทันแทน และยังมีอีกหลายเมนูที่ไม่ดีต่อสุขภาพเลย แต่ในตอนนั้นทุกคนก็ต้องกินเข้าไปเพื่อประทังชีวิตเอาไว้

SPAM

2. SPAM

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 บริษัทฮอร์เมล ฟู้ดส์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ได้รับมอบหมายจากทางการสหรัฐฯให้คิดค้นวิธีผลิตเนื้อสัตว์ที่เก็บได้นานและราคาประหยัดออกมาสู้กับสินค้าตลาดมืด

ซึ่งหลังจากที่ได้รับคำสั่ง Hormel ก็ได้ผลิตเนื้อหมูอัดกระป๋องที่มีชื่อเรียกว่า Spam ขึ้นมา และเนื้อหมูอัดกระป๋องอันนี้ก็กลายเป็นอาหารยอดนิยมของทหารที่ต้องไปออกรบในสงครามโลกครั้งที่ 2

ไม่ว่าจะเป็นพวกทหารจีไอของอเมริกา กองทัพอังกฤษหรือกองทัพรัสเซียก็ล้วนสั่งซื้อสแปมให้ทหารของพวกเขาทั้งสิ้น แม้แต่นีกีตาครุสอบ อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตยังเคยพูดว่าถ้าไม่มีสแปมทางฝั่งของเขาก็ไม่สามารถเลี้ยงทหารได้เลย และความนิยมของสแปมก็มีมาอย่างยาวนานจนมาถึงปัจจุบัน

โดนัท ดอลลี

3. โดนัท ดอลลี

ที่จริงแล้ว โดนัท ดอลลี เป็นชื่อเรียกสาวๆบนรถทำโดนัทที่จะคอยเดินทางไปตามแนวหน้าของสงคราม เพื่อแจกจ่ายโดนัทให้กับทหารอเมริกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเหตุการณ์นี้เริ่มหลังจากที่บุกโจมตีอ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ได้เสร็จสิ้น แล้วหน่วยแพทย์ในตอนนั้นได้ขนอุปกรณ์เพื่อไปรักษาแนวหน้า

แต่นอกจากรักษาบาดแผลทางกายแล้วพวกเขาได้นำของหวานและโดนัทเพื่อไปรักษาจิตใจของทหารในตอนนั้นด้วย ซึ่งคนที่จะมาเป็นอาสาสมัครสาวโดนัทดอลลีได้จะต้องมีอายุ 25 ปีขึ้นไป มีหน้าตาที่สวย บุคลิกดี รูปร่างดี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารในตอนนั้น และความคิดนี้ก็ได้ผล เพราะทหารในตอนนั้นได้ทานโดนัทไปมากกว่า 4.6 ล้านชิ้นกันเลยทีเดียว

ผงชีสแห้ง

4. ผงชีสแห้ง

ผงชีสแห้งเกิดจากการที่ทหารอเมริกาพยายามคิดค้นชีสแบบแห้งหรือผงชีส เพื่อสะดวกต่อการพกพาในการเดินทางไปสนามรบ เพราะชีสนั้นจัดได้ว่าเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในทุกยุคทุกสมัย รวมไปถึงช่วงสงครามด้วยเช่นกัน ซึ่งในยุคแรกๆของการทำผงชีสนั้นจะเป็นการผสมเกลือเข้ากับชีสแล้วใส่ลงไปในอาหาร ผลิตโดยบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ซึ่งทางกองทัพก็ซื้อไปเป็นจำนวนมาก แต่มันก็ยังไม่พอใจทหารในสมัยนั้น พวกเขาจึงได้คิดค้นและผลิตชีสแห้งเอง

แต่ด้วยวิธีการที่ยากและพวกเขาไม่สามารถหาวิธีรักษาไขมันในชีสที่เป็นส่วนผสมหลักเอาไว้ได้ การทดลองที่ใช้เงินไปเยอะมากทำให้ทางกระทรวงกลาโหมไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เอาไว้ได้ โกดังอาหารจึงถูกเปิดเหล่าบรรดาของแห้งได้ถูกขายทอดตลาด บ้างก็แจกจ่ายให้กับประชาชน รวมไปถึงสูตรอาหารอย่างผงชีสแห้ง ที่ถูกบริษัท FritoLay เอามาต่อยอดในการผลิต จนกลายเป็นส่วนผสมหลักของขนมชีสโต๊ดในปัจจุบันนั่นเอง

เอ็มแอนด์เอ็ม

5. เอ็มแอนด์เอ็ม

ขนมช็อกโกแลตเคลือบนี้เป็นอาหารยอดนิยมในช่วงสงคราม จากบริษัท Mars Incorporated ซึ่งแนวคิดในการผลิตช็อกโกแลตเคลือบอันนี้ เขาได้มาจากเพื่อนร่วมสงครามกลางเมืองสเปนที่พบช็อกโกแลตยี่ห้อมาร์ตี้ส์ เป็นช็อคโกแลตสัญชาติอังกฤษที่เคลือบน้ำตาลเอาไว้ เขาจึงคิดที่จะทำบ้าง ก่อนที่จะจดสิทธิบัตรและเริ่มทำช็อกโกแลตเคลือบอย่างเป็นทางการ

ซึ่งลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท Mars Incorporated ก็คือกองทัพสหรัฐอเมริกาที่เห็นว่า ช็อกโกแลตนี้จะทำให้ทหารสหรัฐสามารถพกช็อกโกแลตไปทานได้ในช่วงสงคราม แม้จะอยู่ในประเทศที่มีเขตอากาศร้อนชื้นหรืออบอุ่นก็จะไม่ละลาย จึงทำให้บริษัท Mars Incorporated ผูกขาดการขายมายาวนานตลอดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

6. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

เริ่มต้นของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกิดขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงที่ญี่ปุ่นอยู่ในสภาพของผู้แพ้สงคราม ส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำลงอย่างมากจนถึงขีดสุด อาหารการกินของทุกคนจะต้องประหยัดและราคาย่อมเยาว์ จึงมีเพียงโลเมียงหรือบะหมี่ต้มที่อิ่มท้องและประหยัดเงินในกระเป๋า

แต่ในช่วงฤดูหนาวมีชายที่มีชื่อว่า โมโมฟุกุอันโด เขาได้เห็นภาพของเพื่อนร่วมชาติยืนต่อแถวยาวเพื่อบะหมี่เพียงชามเดียวท่ามกลางความหนาวเหน็บ เขาจึงตั้งปณิธานว่าจะทำให้ทุกคนสามารถกินบะหมี่อร่อยๆได้ที่บ้านในราคาที่สมเหตุสมผล

สูตรของนายอันโด เริ่มแรกมาจากการทำเส้นบะหมี่ที่ผสมกับน้ำซุปกระดูกไก่ก่อนจะนำไปทอดเพื่อไล่ความชื้นออกไป จนได้บะหมี่กรอบสีเหลืองทอง เวลากินก็เพียงแค่เติมน้ำร้อนเส้นก็จะคืนตัวพร้อมกินได้เลย และไม่มีผงปรุงรสอะไร เพราะความอร่อยอยู่ในเซลล์ที่มีส่วนผสมเป็นน้ำซุปกระดูกไก่ที่ให้รสหวานอร่อยอยู่ในตัว และสูตรต่างๆวิธีทำก็ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชื่อดังอย่างนิชชินในปัจจุบันนั่นเอง

และทั้งหมดก็เป็นอาหารในช่วงสงคราม บางอย่างก็เป็นอาหารเทียมที่จำเป็นต้องกินเพื่อต่อชีวิตให้มีแรงอยู่ต่อ บางอย่างก็ได้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นอาหารยอดนิยมในปัจจุบัน โดยจุดเริ่มต้นก็คือเกิดมาจากในช่วงสงครามทั้งนั้น หรือจะมีอาหารบางอย่างที่ถูกดัดแปลงเป็นอาวุธก็มี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องราวในช่วงยุคสมัยสงครามที่เราได้รู้กันเพิ่มขึ้นว่าอาหารการกินและการมีชีวิตรอดในช่วงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

สนับสนุนบทความจาก ufa345vip