Monday, 5 December 2022

รีบกิน สับปะรด ยังทัน..!! เหตุผลนี้ รู้เลย ทำไมคนมีอาการนี้ต้องกินให้ได้ ก่อนสายไป

26 Sep 2022
101

สับปะรด

เชื่อว่า สับปะรด เป็นผลไม้ที่อยู่ในใจของใครหลายๆคน นอกจากมีรสชาติอร่อย ราคาไม่แพง แถมยังสามารถหารับประทานได้ง่ายอีกด้วย แต่เชื่อหรือไม่ว่าการรับประทานสับปะรดกลับพบประโยชน์ดีๆและคุณค่ามากมายที่หลายคนรู้แล้วจะต้องทึ่งอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารและวิตามินต่างๆที่ร่างกายต้องการและที่เด็ดไปกว่านั้นกลับพบอีกว่า สับปะรดสามารถนํามาใช้ในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคร้ายต่างต่างได้มากมาย

หากใครมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ต้องการตัวช่วยในการลดน้ําหนัก มีภาวะอักเสบเกิดขึ้นในร่างกาย มีความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่างๆต้องการเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกเสริมสร้างให้แข็งแรง อยู่ในภาวะความเครียดเป็นประจํา ต้องการลดความดันโลหิต และสรรพคุณอีกมากมาย เราได้รวบรวมเรื่องราวดีๆจากสับปะรดมาแบบสั้นๆเข้าใจง่าย ไปดูรายละเอียดได้เลย

สับปะรดนอกจากจะรสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวสดชื่นชุ่มฉ่ําแถมยังมีราคาสบายกระเป๋าอีกด้วย จนแทบจะหาทานได้ทุกๆวันสับปะรดยังมีประโยชน์ที่ใครหลายคนยังไม่เคยทราบอีกด้วย สับปะรดเป็นผลไม้ในเขตร้อนที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และมีเอนไซม์บอมิเรน ซึ่งเป็นสารสําคัญที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่มีความน่าสนใจหลายอย่าง ในปัจจุบันนอกจากว่าจะนําสับปะรดมาบริโภคในรูปแบบของผลไม้สด ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารแล้ว ยังมีการนําเอาสับปะรดมาแปรรูป เช่น สับปะรดกระป๋อง สับปะรดอบแห้ง สับปะรดแช่แข็ง น้ําผลไม้ น้ําส้มสายชู ไวน์สับปะรด อุตสาหกรรมเบียร์ อุตสาหกรรมอาหารอื่นอื่นอีกมากมาย

ประโยชน์ของ สับปะรด

สับปะรด หนึ่งในผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน โดดเด่นในเรื่องของรสชาติ ความสดชื่นหวานฉ่ําและสามารถรังสรรค์ได้ทั้งอาหารหวาน คาว เครื่องดื่ม และแน่นอนว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ดีดีต่อร่างกายของเรา

1. สับปะรดมีวิตามินสูง

นักโภชนาการด้านการทําอาหารใน New York กล่าวว่า สารอาหารที่มีความโดดเด่นในสับปะรดก็คือมี วิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระและสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว

2. ช่วยในการย่อยอาหาร

สับปะรด มีกลุ่มเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหารที่เรียกว่า โบมิเรน ที่ทําหน้าที่ในการสร้างกรดอะมิโนและเปปไทด์ขนาดเล็กที่ช่วยย่อยโปรตีนและช่วยทําให้ดูดซึมผ่านผนังลําไส้เล็กได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น แถมยังมีแมงกานีสสูงที่ช่วยในการเผาผลาญอาหาร ทําให้เลือดแข็งตัวและช่วยทําให้กระดูกแข็งแรง

3. ช่วยในการลดน้ําหนัก

มีการศึกษาหนึ่งพบว่าน้ําสับปะรดช่วยในการลดการสร้างไขมันและเพิ่มการสลายไขมันได้ดี มีแคลอรีต่ํา มีวิตามินและแร่ธาตุที่สําคัญสูง อีกทั้งในสับปะรดยังเต็มไปด้วยไฟเบอร์ที่สามารถช่วยในการควบคุมระดับน้ําตาลในเลือดและทําให้คุณรู้สึกอิ่มได้นาน

4. ต้านการอักเสบ

สับปะรดนั้นจะมี bromelain เอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและบรรเทาอาการปวด ช่วยลดอัตราการเกิดโรคไซนัสอักเสบ โรคข้อ โรคข้อเข่าเสื่อม อีกทั้งยังช่วยในการบรรเทาอาการขาแพลงหรือว่าแผลไหม้ นอกจากนั้นวิตามินซีในสับปะรด ยังเป็นยาต้านการอักเสบอ่อนอ่อนอีกด้วย

5. ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าสับปะรดนั้นมีส่วนประกอบของบรอมีเลนที่ช่วยในการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด เนื่องจากว่ามีคุณสมบัติในการลดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันและลดการอักเสบได้ นอกจากนั้นยังกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ผลิตโมเลกุลทําให้เซลล์เม็ดเลือดขาวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

6. กระดูกแข็งแรง

ตามรายงานของศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยโลว์เซ็นเตอร์ พบว่าสับปะรดนั้นเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารชั้นน้ําของแร่ธาตุ แมงกานีส ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและช่วยในการเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก หลายหลายธาตุยังเสริมสร้างกระดูกของคุณให้มีความ strong มากยิ่งขึ้น

7. ช่วยลดความดันโลหิต

การบริโภคผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง สับปะรดนั้นสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้

8. ช่วยบํารุงผิว

สับปะรดนั้นจะมีวิตามินซีสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระต่อสู้กับความเสียหายของผิวที่เกิดจากแสงแดด มลภาวะต่างๆสร้างคอลลาเจนและช่วยในการลดเลือนริ้วรอย

เคล็ดลับหมักเนื้อให้นิ่มด้วยสับปะรด

  • หมักเนื้อให้นุ่มด้วยสับปะรด
  • เพียงหมักเหนือกับเครื่องปรุงรสตามที่เราต้องการก่อน
  • จากนั้นให้ใส่เอาชิ้นเนื้อสับปะรดเล็กๆเพียง 4-5 ชิ้นตามลงไป
  • จะบีบคั้นเอาเฉพาะน้ําสับปะรดใส่ลงไปเล็กน้อยก็ได้
  • จากนั้นค่อยทําการหมักโดยคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน
  • ปล่อยทิ้งไว้ไม่เกินห้านาทีเท่านั้น เนื้อก็จะนุ่ม หอมสําหรับการนําไปทําอาหารได้แล้ว

หลายคนสงสัยว่าสับปะรดควรจะทานตอนไหน?

การรับประทานสับปะรดหลังมื้ออาหารจะช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารได้ แต่หากไม่สะดวกก็สามารถรับประทานได้ตามชอบ แต่อย่างไรก็ตามการรับประทานสับปะรดอาจจะเกิดการระคายเคืองเล็กน้อยภายในช่องปาก ริมฝีปากและลิ้นได้ นอกจากนั้นก็ไม่ควรจะรับประทานสับปะรดมากหรือว่าติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เพราะสับปะรดก็มีน้ําตาลได้รับมากเกินไปอาจจะเกิดผลเสียได้

ส่วนใครที่ซื้อสับปะรดมาแล้วต้องการเก็บรักษาไว้รับประทานได้นานนาน เรามีวิธีการดีๆมาฝากซึ่งปกติแล้วสับปะรดผลสุกจะเก็บไว้ได้นานประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้าหากต้องการเก็บไว้นานกว่านั้น โดยสับปะรดไม่เหี่ยวหรือว่าเสียรสชาติ ให้ห่อสับปะรดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หนาประมาณ 2 ชั้น โดยรัดให้แน่นด้วยยาง แช่ไว้ในตู้เย็น ในช่องธรรมดาหรือว่าช่องแช่ผัก สามารถเก็บถนอมความสดใหม่ไว้ได้นานเกิน 2 สัปดาห์

สนับสนุนบทความโดย :: slotxo168


3 × two =