Wednesday, 1 February 2023

ผิวดีด้วยการกิน “You Are What You Eats”

ผิวดีด้วยการกิน

ถ้าพูดถึงเรื่องการดูแลผิวพรรณแล้ว เราหลายคนอาจนึกถึงการประทินผิวด้วยผลิตภัณฑ์บํารุงต่างๆ จริงอยู่ที่การดูแลผิวด้วยครีมหรือโลชั่นนั้นสําคัญแต่ที่สําคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการดูแลจากภายในหรือเรื่องของการกินนั่นเอง อย่างที่เขาพูดว่า ผิวดีด้วยการกิน You are What you eat การเลือกอาหารที่เราทานนั้นมีผลต่อสุขภาพโดยรวมและสุขภาพผิวของเราด้วยเช่นกัน วันนี้เรา akatommychong จึงอยากพาทุกคนไปดูอาหารที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการบํารุงผิว เผื่อคราวหน้าตอนที่ไปในซูเปอร์มาร์เก็ตจะหยิบติดไม้ติดมือกันมาบ้าง จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

ผิวดีด้วยการกิน อาหารเหล่านี้

ฟักทองและเมล็ดฟักทอง

1. ฟักทองและเมล็ดฟักทอง

เพราะสีส้มเหลืองในฟักทองนั้นเต็มไปด้วย สารแคโรทีนอยด์ ที่มีสรรพคุณต่อต้านอนุมูลอิสระในผิวของเรา นอกจากนั้นฟักทองยังอุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินบีซึ่งก็ดีต่อผิวทั้งนั้น ส่วนในเมล็ดฟักทองนั้นอุดมไปด้วยวิตามินอี ซิงค์ แมกนีเซียม และโปรตีน ที่ทําให้ผิวของเราสว่างใส แถมยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวอีกด้วย

ปลาแซลมอนและปลาแมกเคอเรล

2. ปลาแซลมอนและปลาแมกเคอเรล

ปลาแซลมอนและปลาแมกเคอเรลนั้นอุดมไปด้วยกรดไขมันดีอย่างโอเมก้า3 ที่ดีต่อผิวของเรามากๆเพราะโอเมก้า3 มีส่วนช่วยให้ผิวของเรายืดหยุ่นและชุ่มชื้น ถ้าขาดไปผิวของเราอาจจะแห้งกร้านได้ แถมโอเมก้า3ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบของร่างกายที่อาจเป็นสาเหตุทําให้เกิดรอยแดงหรือสิวบนผิวของเรา แถมยังช่วยให้ผิวของเรามีความ sensitive กับรังสียูวีจากแสงอาทิตย์น้อยลงอีกด้วย ปลาที่มีไขมันดีเหล่านี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายตัวที่ดีสําหรับผิวทั้งยังมีซิงค์ แร่ธาตุ และโปรตีนคุณภาพที่ช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรง ซึ่งแน่นอนมันก็จะทําให้ผิวของเราสมบูรณ์ขึ้นด้วยเช่นกัน

อะโวคาโด

3. อะโวคาโด

อะโวคาโดมีไขมันดีอยู่มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราและกับผิวของเราด้วย ไขมันดีเหล่านี้ทําให้ผิวของเรามีความยืดหยุ่นและชุ่มชื้น จากการวิจัยในกลุ่มผู้หญิง 700 คน พบว่าคนที่ได้รับประทานไขมันมีประจํา โดยเฉพาะไขมันดีจากอะโวคาโดจะมีผิวที่ยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนั้นยังมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าสารในอะโวคาโดช่วยปกป้องผิวของเราจากแสงแดดและการถูกทําร้ายจากรังสียูวี ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทําให้เกิดริ้วรอยและดูแก่ต่อวัย แถมในอะโวคาโดยังมีวิตามินอีและวิตามินซี ซึ่งวิตามินอีมีส่วนสําคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ส่วนวิตามินซีนั้นก็มีส่วนสําคัญต่อการผลิตคอลลาเจนของผิว แถมทั้งสองวิตามินนี้ก็ยังให้ผลที่ดีขึ้นด้วยเมื่อได้ทํางานร่วมกัน

วอลนัท

4. วอลนัท

ในวอลนัทนั้นมีไขมันดีที่ร่างกายของเราไม่สามารถผลิตได้เองอยู่มาก ทั้งโอเมก้า3 และ โอเมก้า6 อันที่จริงแล้วถ้าร่างกายของเรา ได้รับโอเมก้า6 ในปริมาณที่มากเกินไป อาจทําให้ร่างกายเกิดอาการอักเสบและแสดงออกมาทางผิวหนัง อย่างเช่น การเป็นผื่นแดงในขณะที่โอเมก้า3นั้น ช่วยลดอาการอักเสบของร่างกายและในวอลนัทก็มีปริมาณโอเมก้า3 และ โอเมก้า6 อยู่อย่างสมดุล วอลนัทยังมีปริมาณวิตามินอีและวิตามินซีอยู่เล็กน้อยแถมยังมีโปรตีนอีกด้วย ดังนั้นถ้าคุณอยากกินถั่วขึ้นมาแล้วอยากดูแลผิวไปพร้อมกันด้วยวอลนัทก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว

มันเทศ

5. มันเทศ

ในมันเทศนั้นมี เบต้าแคโรทีน อยู่มาก ซึ่งเบต้าแคโรทีนนี้มันเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ หมายความว่าร่างกายของเราสามารถนําเบต้าแคโรทีนไปเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ในภายหลังซึ่งวิตามินเอมีประโยชน์มากมายต่อผิวของเรา นอกจากจะช่วยปกป้องผิวของเราจากแสงแดดราวกับเป็น sunblock ธรรมชาติแล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้านและเหี่ยวย่นอีกด้วย ซึ่งในมันเทศ 100 กรัม จะมีเบต้าแคโรทีนมากเพียงพอที่จะให้ร่างกายผลิตวิตามินเอได้มากถึง 4 เท่าของปริมาณที่ร่างกายของเราต้องการในแต่ละวันเลยทีเดียว

ถั่วเหลือง

6. ถั่วเหลือง

ในถั่วเหลืองมีสารไอโซฟลาโวนซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและมีลักษณะคล้ายกับเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งเจ้าไฮโซฟลาโวนนี้มีประโยชน์กับหลายส่วนของร่างกายรวมถึงผิวพรรณของเราด้วยเช่นกัน จากงานวิจัยพบว่าหญิงวัยกลางคนที่ได้รับสารไฮโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองเป็นประจําติดต่อกัน 8-12 อาทิตย์ มีผิวพรรณที่ยืดหยุ่นขึ้นและรอยเหี่ยวย่นที่น้อยลง แถมยังพบอีกว่าในหญิงที่หมดประจําเดือนแล้วถั่วเหลืองสามารถช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านและคอลลาเจนซึ่งส่งผลให้ผิวเนียนเรียบและแข็งแรงขึ้นนั่นเอง

ดาร์กช็อกโกแลต

7. ดาร์กช็อกโกแลต

ถ้าคุณกําลังหาอีกเหตุผลดีๆในการกินดาร์กช็อกโกแลตแล้วล่ะก็วันนี้คุณเจอเหตุผลนั้นแล้ว เพราะผง Cacao ในช็อกโกแลตนั้นมีประโยชน์ต่อผิวของเราอย่างมากมาย มีงานวิจัยพบว่าผู้ที่รับประทานผง Cacao ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงติดต่อกันเป็นเวลา 6-12 อาทิตย์ มีผิวที่แข็งแรงและชุ่มชื้นมากขึ้นผิวหนังหยาบกร้านน้อยลงแต่ไม่ใช่ว่าคุณจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปหยิบดาร์กช็อกโกแลตอะไรก็ได้นะต้องดูส่วนประกอบให้มั่นใจด้วยว่ามันมีคาคาวผสมอยู่อย่างน้อย 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่เราจะได้ประโยชน์อย่างสูงสุดและพยายามเลือกชนิดที่มีน้ําตาลน้อยและทานแต่พอดี ไม่งั้นแทนที่จะหน้าใสอาจจะกลายเป็นได้น้ําหนักเพิ่มขึ้นมาแทน

ชาเขียว

8. ชาเขียว

เพราะในชาเขียวมีสารคาเทซินซึ่งช่วยบํารุงผิวของเราจากภายในต่อสู้กับอนุมูลอิสระเพิ่มความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นให้กับผิวทั้งยังช่วยปกป้องผิวของเราจากแสงแดด งานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ดื่มชาเขียวติดต่อกันอย่างน้อย 12 อาทิตย์ มีรอยแดงที่เกิดจากแสงแดดลดลงถึง 25 เปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราควรระวังเรื่องการดื่มชาเขียวร่วมกับนมเพราะมันจะทําให้ประสิทธิภาพของชาเขียวลดลง

สนับสนุนบทควาามโดย :: pgslotauto777


fifteen − 3 =